แล้วก็ถึงวันที่ริสาได้ย้อนกลับเข้ามาสืบหาความจริงในวังวารี ทุกคนในวังวารีดูท่าทางไม่ค่อยอยากจะต้อนรับเธอนัก มีเพียงฉัตรชัย พี่ชายของมยุรีเท่านั้นที่แสดงให้เห็นอย่างเปิดเผยว่าเขาชอบเธอ ริสาเองก็ไม่ค่อยชอบผู้ชายเจ้าชู้อย่างฉัตรชัยนัก แต่เธอก็พยายามพูดดีด้วยเนื่องจากการอยู่ที่เกาะนี้จำเป็นต้องมีพวกไว้บ้าง แล้วคืนแรกของการมาเยือนวังวารีก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ เมื่อริสาพบว่ามีคนสวมชุดสีขาวปลอมตัวเป็นผีมาหบอกเธอถึงในห้องนอน แต่ด้วยความฉลาดของนักสืบสาวเธอจึงมองออกได้ไม่ยากว่านี่คือ 1 ในสมาชิกของวังวารี เพียงแต่เธอไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากนั้นเป็นใครเท่านั้นเอง ซึ่งเมื่อการข่มขู่ให้ริสากลัวไม่ประสบผลสำเร็จ แผนการขั้นที่สองของผีปลอมๆคนนั้นก็เริ่มขึ้นโดยที่ริสาไม่ทันระวังตัว ร่างนั้นโถมเข้ากดทับเธอทันทีจนริสาดิ้นหนีไปไหนไม่ได้ ริสาเมื่อได้ปลุกปล้ำลองกำลังกับผู้บุกรุกแล้วจึงรู้ว่าคนผู้นี้มีแรงมากกว่าเธอหลายเท่า แต่ด้วยรูปร่างภายใต้ชุดคลุมทำให้เธอพอจะเดาได้ว่าคนที่กำลังปล้ำเธออยู่นั้นไม่น่าจะเป็นผู้ชายไปได้ ซึ่งจังหวะนึงที่เธอตะปบไปที่หน้าอก นักสืบสาวก็ได้พบกับสองเต้าอวบใหญ่เข้าเต็มมือ การต่อสู้ขัดขืนดำเนินไปอย่างขลุกขลัก ซักพักริสาก็พบว่าตัวเองตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เมื่อแขนขาถูกรวบไว้ด้วยมือทั้งสองข้างของผู้บุกรุก เธอดิ้นขัดขืนจนเหนื่อยและเริ่มหมดแรง แล้วเธอก็ถูกมัดข้อมือข้อเท้าเข้ากับขาเตียงทั้ง 4 ข้าง กลายเป็นว่าร่างของเธอถูกจับขึงพืดอย่างไม่มีทางขัดขืน จากนั้นคนแปลกหน้าก็ถอดชุดคลุมออกเหลือไว้แต่เพียงหน้ากากเพื่อปิดบังใบหน้าที่แท้จริง ภายใต้ชุดคลุมนั้นเป็นร่างสาวหุ่นอวบอัดที่แต่งกายด้วยชุดที่เตรียมพร้อมสำหรับการทำรัก เธอผู้นั้นพกอุปกรณ์สำหรับทะลวงช่องรักมาอย่างครบเครื่องทุกขนาดทุกสีทุกแบบ ชุดนอนของริสาถูกฉีกขาดออกจากกันอย่างไม่ไยดี ร่างเปลือยขาวโพลนก็ปรากฏแก่สายตาของบุคคลลึกลับทันที หน้าอกทรงกระเปาะขนาดพอดีมือถูกบีบขยำอย่างรุนแรง ขณะที่ช่องทางรักของเธอถูกแหย่แยงด้วยนิ้วมือทีละนิ้วๆจนครบ 3 นิ้วก็คับแน่นจนไม่สามารถยัดลงไปได้อีกแล้ว น้ำเมือกในช่องเสียวก็ค่อยๆทะลักไหลออกมาเรื่อยอย่างควบคุมไม่ได้ ริสาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่คิดว่าคงเป็นการข่มขู่ให้เธอกลัวจนอยู่ในวังวารีต่อไปไม่ได้เท่านั้น จะซักแค่ไหนกันเชียว..เสียวกว่านี้ก็เคยเจอมาแล้ว นักสืบสาวคิดเช่นนี้ เพราะทั้งนายหัวโชติและคุณภุชงค์ต่างก็เคยประเคนท่อนรักขนาดใหญ่ให้เธอจนร่องเสียวของเธอบานจนหุบไม่ลงมาแล้ว กับของปลอมแค่ไม่กี่อันนั้นไม่น่าจะทำให้เธอกลัวจนต้องหนีไปง่ายๆหรอก แล้วริสาก็คิดถูก เพราะผู้บุกรุกเองก็เป็นหญิงเช่นเดียวกับเธอ การจะเล่นรักนั้นก็ทำได้เพียงแค่ลูบไล้ภายนอกเท่านั้น หากต้องการจะทะลวงช่องเสียวก็ต้องอาศัยท่อนเนื้อปลอมที่พกมาด้วยเท่านั้น ซึ่งขนาดของแต่ละอันก็ไม่ได้ใหญ่โตจนทำให้ริสาหวาดหวั่นซักเท่าไหร่ กลับจะทำให้ริสาชอบใจซะอีก เพราะยามนี้เธอเองก็คิดถึงท่อนลำของคุณภุชงค์และนายหัวโชติขึ้นมาจับใจ อยากจะถูกทะลวงช่องทางรักเร็วๆจนทนไม่ไหวแล้ว ผู้บุกรุกยามวิกาลตัดสินใจใช้ท่อนยางเทียมสอดใส่แล้วกระแทกใส่ร่องเสียวของนักสืบสาวทีละอันๆ แต่ก็ไม่มีอันไหนเลยที่จะทำให้ริสาต้องร้องครวญครางอย่างสุดเสียวได้ ริสาเองก็ทำหน้าเฉยๆแล้วบอกผุ้บุกรุกอย่างมั่นใจว่าไม่มีทางทำให้เธอเสร็จได้ด้วยแท่งรักอันกระจิ๋วพวกนี้หรอก เมื่อได้ฟังดังนั้นผู้บุกรุกยามวิกาลจึงหงุดหงิดและตัดสินใจใช้ไม้ตายสุดท้าย นั่นก็คือท่อนเนื้อขนาดยาวพิเศษและอวบอ้วนยิ่งกว่าข้อมือของตัวเอง ริสาเองเมื่อได้เห็นท่อนยางเทียมอันนั้นเข้าก็ถึงกับตาค้างเช่นกัน มันใหญ่มากอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ว่าท่อนยางอันนี้เป็นแบบที่ทอมใช้กับดี้ มันต้องสอดใส่ปลายทั้งสองด้านเขาไปในร่องเสียวของทั้ง 2 คนพร้อมๆกัน ซึ่งผู้บุกรุกสาวคนนั้นก็เอ่ยปากว่า “เธอกับชั้นมาแข่งกัน ถ้าเธอแพ้..เธอจะต้องออกไปจากเกาะนี้นะ เข้าใจมั้ย” นักสืบสาวพยักหน้าพลางกลืนน้ำลายอย่างไม่มั่นใจว่าเธอจะรับท่อนยางอันนี้ไหว แต่เธอก็ฝืนใจย้อนถามไปว่าแล้วถ้าเธอชนะล่ะ เธอจะได้อะไร “ไม่มีทางหรอก ชั้นไม่มีวันจะเสร็จง่ายๆด้วยของเล่นของตัวเองหรอกนะ” ผู้บุกรุกพูดอย่างมั่นใจ เพราะเธอเองก็เคยผ่านศึกใต้สะดือกับเจ้าของวังวารีแห่งนี้มาอย่างโชกโชนแล้วเช่นกัน และเธอก็เป็นผู้หญิงคนเดียวที่สามารถรองรับอารมณ์ของคุณภาดลได้อย่างถึงใจที่สุด ใช่แล้ว..เธอก็คือโฉมฉาย พี่เลี้ยงของน้องเล็กนั่นเอง โฉมฉายไม่ต้องการให้ผู้หญิงคนไหนมาแย่งความสนใจของคุณภาดลไปจากคุณน้องเล็ก เธอจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อกีดกันผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาข้องเกี่ยวกับคุณภาดลออกไป รวมถึงครั้งนี้เธอก็ตั้งใจว่าจะมาไล่ริสาออกไปโดยการทำให้เธอเสียความบริสุทธิ์ด้วยเกมเสียวชนิดที่เรียกว่าลืมตายไปเลย แต่เธอก็คาดไม่ถึงว่าริสานั้นจะผ่านประสบการณ์บนเตียงจนช่ำชองไม่แพ้เธอเหมือนกัน ดังนั้นคราวนี้เธอจึงขอเดิมพันด้วยความอึดในเชิงกามของเธอเอง โฉมฉายที่ยังใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าที่แท้จริงบรรจงสอดท่อนยางขนาดยักษ์ลงไปในช่องเสียวของนักสืบสาวอย่างช้าๆ มันเคลื่อนลงไปได้อย่างยากลำบาก ริสาเองก็หน้านิ่วคิ้วขมวดกับความคับแน่นในร่องรักของเธออย่างไม่เคยเจอมาก่อน เมื่อผ่านไปได้ครึ่งหนึ่งของความยาว โฉมฉายก็นั่งคร่อมสะโพกของเธอแล้วครอบช่องรักของตัวเองสวมลงไปที่ท่อนลำซึ่งปักคาอยู่ในร่องเสียวของริสาด้วยความยากลำบาก ถึงเธอจะเคยเล่นกับท่อนยางอันนี้มาก่อนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะรับท่อนยักษ์อันนี้เข้าไปได้ง่ายๆ และเมื่อเธอสวมมันลงไปได้ครึ่งนึง เธอก็ทิ้งน้ำหนักทับลงไปบนตัวริสาทันที ทำให้ท่อนยางซึ่งยังคาอยู่ในร่องรักของทั้งคู่สวนพรวดเข้าไปลึกจนถึงโคนทันที ทั้งสองสาวต่างก็สะดุ้งเฮือกสูดปากพร้อมๆกัน ต่างคนต่างก็กระเด้งสู้กันไม่มีถอย ใบหน้าของทั้งสองคนบ่งบอกถึงความเสียวซ่านที่ได้รับพอๆกัน แต่ก็ยังกัดฟันไม่ยอมเสร็จก่อนง่ายๆ แต่ด้วยความได้เปรียบในด้านการเคลื่อนไหว โฉมฉายจึงก้มลงไปดูดหัวนมเพื่อปลุกเสียวให้ริสาด้วยอีกแรง ทำให้ริสาต้องรับศึกถึง 2 ด้านพร้อมๆกัน ข้างล่างก็โดนกระแทกขณะที่ข้างบนก็โดนดูด ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไปเธอคงไปไม่รอดแน่ๆ ริสาจึงตัดสินใจหนีบท่อนยางในร่องรักให้แน่นกระชับแล้วกระเด้งสวนขึ้นไปไม่ยั้ง โฉมฉายเองเมื่อโดนไม้นี้เข้าก็อ่อนระทวย เพราะเธอเองก็เพิ่งจะเคยเล่นบทเสียวแบบเลสเบี้ยนที่ต้องแสดงอย่างถึงบทบาทครั้งนี้เป็นครั้งแรก ส่วนริสานั้นเคยถูกธารทิพย์ น้องสาวของภุชงค์จับเธอเล่นฉิ่งอย่างนี้มาก่อนแล้ว นักสืบสาวจึงพอจะมั่นใจในประสบการณ์ของตัวเองอยู่พอสมควร และรู้จังหวะดีว่าควรจะทำยังไงให้ฝ่ายตรงข้ามถึงสวรรค์ไปก่อน ซึ่งในที่สุดริสาก็สามารถชนะในเกมเสียวนี้ได้ เธอจัดการส่งโฉมฉายขึ้นสวรรค์ไปก่อนหน้าที่ตัวเองจะเสร็จเพียงเสี้ยววินาที โฉมฉายเองเมื่อถึงจุดสุดยอดด้วยท่อนยางเทียมของตัวเองเข้าก็หมดเรี่ยวหมดแรงจนลุกไม่ขึ้น หน้ากากที่เธอใส่ไว้ก็เลื่อนหลุดออกไปในจังหวะที่เธอฟุบหน้าลงกับร่างของริสา ทำให้ริสารู้ว่าที่แท้คนที่เข้ามาทรมานเธอด้วยความเสียวนั้นก็คือโฉมฉายนี่เอง โฉมฉายยอมเล่าความจริงเกี่ยวกับการกระทำของเธอทุกอย่างให้ริสาฟัง เธอบอกว่าเคยทำแบบเดียวกันกับจงจิตต์และอรทัยมาแล้ว ซึ่งทั้งสองคนนั้นยังเป็นสาวบริสุทธิ์ด้วยกันทั้งคู่ พอเจอแค่ท่อนยางเทียมเข้าไปก็ร้องครวญครางแบบหมดฟอร์มสาวใสซื่อไร้เดียงสากลายเป็นสาวร่านสวาทไปหมด และก็ทำให้ทั้งสองคนรู้สึกละอายไม่กล้าสู้หน้าคุณภาดล แต่เธอไม่คิดว่าทั้งสองคนจะหนีหายไปแบบไร้ร่องรอยอย่างนี้ ถึงตอนนี้ริสาก็สืบจนได้ความไปขั้นนึงแล้ว เธอแน่ใจแล้วว่าคนร้ายที่ทำให้จงจิตต์หายไปไม่ใช่โฉมฉายแน่นอน เพราะดูจากอุปกรณ์ข่มขวัญเธอในคืนนี้แล้วทำให้ริสามั่นใจว่าโฉมฉายไม่มีทางฆ่าใครได้แน่นอนนอกจากแค่ขู่ให้เสียวเล่นเท่านั้น แต่ว่าเธอยังเจอปัญหาหนักอีกอย่างนึงก็คือ หลังจากที่โฉมฉายหลบออกไปจากห้องเธอแล้ว เธอจะทำยังไงกับเชือกที่มัดแขนขาของเธอดี เพราะสภาพของเธอตอนนี้หากใครมาเห็นเข้าละก็คงดูไม่จืดแน่ๆ นักสืบสาวที่ถูกขึงพืดเปลือยกายโดยมีท่อนยางเทียมอันยาวใหญ่ปักคาอยู่ในร่องเสียวแบบนี้ โฉมฉายนะโฉมฉาย..ยังอุตส่าห์แกล้งหล่อนจนถึงนาทีสุดท้ายจนได้

Comments are closed.