เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่ออ่านเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบในเรื่องแนวนี้ ชื่อตัวละครถูกสมมติขึ้นทั้งสิ้นมิได้มีตัวตนอยู่จริง กรุณาอย่านำไปโพสต์ต่อที่อื่น อันนี้ไม่ได้หวงแต่เพราะผมไม่อยากให้ผู้ที่ไม่ได้มีความชื่นชอบตรงกันขุดโคตรผู้แต่งนั่นก็คือผมขึ้นมาด่า และผมหวังว่าจะใช้อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น มิได้ต้องการให้ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติแต่อย่างใด ขอบคุณครับ…jamเรื่องนี้อาจจะบทพูดเยอะไปหน่อย ใครไม่ชอบขอให้ผ่านไปเลยนะครับ อ่อ เป็นเรื่องของ พี่น้องนะครับ“โห!……พี่ คาราโอเกะอะไรวะ เที่ยวทีคืนล่ะสามหมื่น” เสียงอุทานจากปากน้องสาวของผมเมื่อได้ดูข่าวภาคค่ำเกี่ยวกับร้านเมโลดี้ คาราโอะเกะ อ่อ… ลืมแนะนำตัวเองไป ผมชื่อบอยครับ อายุอานามก็ 27 แล้ว แต่ยังไม่ได้แต่งงาน ก็ผมมันคนรักสนุกหนิครับ ทำงาน กินเหล้า เที่ยวไปวัน ๆ ยังไม่อยากมีอะไรผูกมัด ส่วนเจ้าน้องสาวจอมเซี๊ยวของผมตอนนี้เรียนอยู่ปี 1 อายุ 18 ปี ประมาณว่าเป็นลูกหลงน่ะครับ ตอนท้องพ่อกับแม่ยังงงว่าท้องได้ไง เพราะท่าน 2 คนเป็นคนมีบุตรยากทั้งคู่ บ้านเราเป็นบ้านเดี่ยว ครอบครัวเรามีกัน 4 คน แต่ผมอยู่กับน้องแค่ 2 คน เพราะบ้านเรามีกิจการโรงงานตัดเสื้อพ่อกับแม่ส่วนมากจะนอนที่โรงงาน ท่านบอกว่าสะดวกดีไม่ต้องเทียวไปเทียวมา เอาล่ะมาเข้าเรื่องกันต่อเลย“มีหลายที่นะ คาราโอเกะที่คนเที่ยวไม่รู้อีโหน่อีเหน่ หลงเข้าไปแล้วหัวแตกแบบนี้”“หัวแตก ทำไมเหรอพี่ เที่ยวคาราโอเกะนี่มันโดนตีหัวด้วยเหรอ” น้องผมทำหน้าสงสัย อ่อลืมบอกไปอีกเรื่อง น้องสาวผมคนนี้มันชื่อ ปอย ก็เพราะชื่อนี้แหละที่ทำให้ผมล้อเธอบ่อย ๆ น้องปอยปิ๊ง จีเนตค่ะ คิดแล้วฮา“ป่าวหรอก คือแบบว่าโดนคิดราคาโหด ๆ เกินจริงอะไรประมาณนี้แหละ แล้วเราไม่เคยเที่ยวกับเพื่อนเหรอ”“ก็เคยอยู่นะ ไปกับเพื่อนที่มหาลัย แต่ไปแค่ครั้งเดียว ไม่เห็นจะสนุกเลย เหม็นควันบุหรี่ นั่งได้ไม่ถึง 15 นาทีก็ขอกลับก่อน” ผมคิดในใจ แสดงว่าเธอคงไม่เห็นในสิ่งที่เพื่อนผู้ชายเธอทำกันในคาราโอะเกะแน่ ๆ“เอาล่ะ พี่ไปนอนก่อน อ่อ พรุ่งนี้วันศุกร์ไม่ต้องรอพี่กินข้าวเย็นนะ”“กลับดึกอีกล่ะสิ”“ก็วันศุกร์ทั้งที วันเสาร์ไม่ต้องทำงาน ก็ให้มันเต็มที่หน่อย”“ไปเที่ยวเมโลดี้อะดี้” น้องผมถามหยอกเสียงสูง“จะบ้าเหรอ จะไปให้มันตีหัวเอาหรือไง ที่ ๆ ไปอยู่นี่คืนนึง 2 คน 8,000 ก็แย่แล้ว”“โห… 8,000 คนนึงก็ 4,000 นี่พรุ่งนี้พี่จะไปเที่ยวคาราโอเกะแล้วใช้ตังค์ 4,000 เนี่ยนะ” ยัยปอยทำตาโตถาม“อือ” ผมพยักหน้าตอบหน้าตาเฉย“ไม่ต้องเลย… บ้านเราก็มีห้องคาราโอเกะ โทรทัศน์จอก็ใหญ่ แอร์ก็เย็น จะเบียร์ จะเหล้าบ้านเราก็มี จะไปเสียตังค์ทำไมทีล่ะหลาย ๆ พัน ปอยล่ะเสียดายแทน” เธอพูดฉอด ๆ ราวกับเป็นแม่ผมซะอย่างนั้น“น้อย ๆ หน่อย ยัยปอยปิ๊ง นี่จะเป็นน้องหรือเป็นแม่กันยะ”“ก็มันจริงนิหน่า น่าเสียดายจะตาย”“เอาน่ะยัยเด็กน้อย ที่บ้านมันไม่มีสิ่งที่ร้านคาราโอเกะมีก็แล้วกัน”“ไม่มีอะไร ไหนบอกมาสิ ก็สาทยายให้ฟังหมดแล้วไง” น้องผมยังเถียง“เด็กดริ๊งค์ไง… มีมะ” ผมย้อนถาม“เออ… ก็… ก็ปอยไง” เธอเงียบก่อนจะตอบ แต่ผมว่าเธอไม่รู้หรอกว่าที่ตอบมาน่ะมันหมายความว่าไง เธอคงแค่อยากเอาชนะผมไปอย่างงั้นแหละ“เราน่ะเหรอ เด็กดริ๊งค์ รู้เหรอว่าเด็กดริ๊งค์เค้าต้องทำอะไรบ้าง”“ก็… ร้องเพลง ชงเหล้ามั๊ง ปอยชงเหล้าเป็นนะ เคยชงให้เพื่อนกินบ่อย ๆ” น้องผมยังคงตอบไปอย่างไม่คิดอะไร“เอาล่ะ ๆ ไม่เถียงด้วยแล้ว ไปนอนดีกว่า” ผมตัดบทเดินขึ้นห้องนอนเพราะไม่รู้จะมาเถียงกับยัยน้องจอมแก่นนี่ทำไม<------------------------>“อ้าว… ไหนว่าวันนี้วันศุกร์จะกลับดึกไง นี่เพิ่งจะทุ่มกว่า ๆ เอง” น้องปอยถามพรางดูนาฬิกาบนผนังเมื่อเห็นผมเดินผ่านห้องนั่งเล่น“ก็เพื่อนที่ทำงานมันบอกว่าพรุ่งนี้จะไปต่างจังหวัด ต้องขับรถเลยไม่อยากกินเหล้า เฮ่อ!…” ผมตอบไปพร้อมกับถอนหายใจ วันศุกร์แท้ ๆ ต้องมาอยู่บ้าน เรื่องมันช่างน่าเศร้าอะไรอย่างนี้น้า“แล้วกินข้าวมารึยังล่ะ จะให้ปอยอุ่นกับข้าวให้มั๊ย”“ไม่ต้องหรอก พี่กินมาแล้ว แต่อยากกินเหล้ามากกว่า” ผมพูดเสียงจ๋อย ๆ ก็มันเซ็งหนิหน่า“อยากกินเหล้าเหรอ เอามาดิ” น้องผมพูดยิ้ม ๆ พร้อมแบมือ“เอาอะไรยะยัยปอยปิ๊ง” ผมขมวดคิ้วถามงง ๆ“4,000 ไง เดี๋ยวปอยจัดห้องคราราโอเกะให้เลย แถมเป็นเด็กนั่งดริ๊งค์ให้อีกต่างหาก” เธอพูดสีหน้ายิ้มแย้มแบบไม่ได้คิดอะไร นอกจากความงกเงิน 4,000 ที่ต่อล้อต่อเถียงกันเมื่อคืนก่อน“ฮ๊ะ… เธอเนี่ยนะ เด็กดริ๊งค์!”“อ้าวทำไมล่ะ ปอยชงเหล้าเป็นนะ คอมในห้องคาราโอเกะปอยก็ใช้เป็น เพลงปอยก็ร้องเป็น”“เอาล่ะ ๆ พอ ๆ ๆ ๆ”“……………” น้องผมเงียบตามคำปราม แต่ยังแบมือ มองหน้าผมทำปากป่อง ตาแอ๊บแบ๊วอยู่“เฮ่อ… อะ 4,000 เดี๋ยวพี่ไปอาบน้ำก่อน แล้วเราก็ไปเปลี่ยนชุดด้วยล่ะ” ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยังไงถ้าวันนี้เพื่อนผมไม่ติดธุระ 4,000 นี้มันก็ต้องเสียอยู่แล้ว เอาเงินให้น้องผมมันไปกินขนม ซื้อเสื้อผ้าก็ดีไปอีกอย่าง ผมควักตังค์วางใส่มือน้องสาวพร้อมเดินขึ้นห้อง“พี่… ปอยต้องเปลี่ยนชุดด้วยเหรอ” น้องผมถามไล่หลังมาแบบงง ๆ“อ้าว! เด็กนั่งดริ๊งค์ที่ไหนเค้าใส่ชุดนอนกันฟะเนี่ย เฮ่อ!” นี่ผมจะเดินกลับไปเอาตังค์คืนดีมั๊ยว้า“แล้วพี่จะให้ปอยใส่ชุดอะไรล่ะ” เธอเดินเข้ามาถามผม“ก็… อะไรก็ได้ที่มันดูเซ็กซี่ ๆ น่ะ” ผมคิดอยู่ซักพักก่อนจะตอบออกไปแบบไม่คิดอะไร แล้วก็เดินขึ้นห้อง<------------------------>พออาบน้ำเสร็จสรรพ ผมก็เดินลงไปยังห้องใต้ดินซึ่งทำเป็นห้องคาราโอเกะ แต่ก็ต้องแปลกใจ เมื่อทุกครั้งที่ร้องเพลงกันเราจะเปิดไฟสว่าง แต่ครั้งนี้หน้าประตูกระจกกลับมืด มีเพียงแสงจากทีวี และแสงสลัวสีส้มจากดาวน์ไลด์ ผมผลักประตูเข้าไปก็พบกับยัยปอยที่นั่งอยู่ที่โซฟายาว เธอยืนขึ้นแล้วเดินมารับผมที่หน้าประตู ชุดที่เธอใส่นั้นไม่อยากจะบอกเลยว่ามันขนาดไหน ถึงมันจะไม่เซ็กซี่แบบเด็กดริ๊งค์แต่ถ้าใส่แบบนี้เดินกลางคืนในหมู่บ้านมีหวังโดนลากไปปู้ยี่ปู้ยำแน่ ๆ ก็เธอเล่นใส่เสื้อกล้ามสีขาวขนาดพอดีตัวออกไปทางรัด ๆ ซะด้วยซ้ำ ชายเสื้อลอยพ้นเหนือสะดือขึ้นมาเพราะหน้าอกขนาดไม่น่าจะต่ำกว่า 33 มันดันออกมาเป็นลูก กับกางเกงผ้าขาสั้นยาวแค่คืบเดียวสีชมพูเผยให้เห็นเรียวขางาม ๆ ของเธอ ใบหน้าที่น่ารักเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องแต่งแต้มสีสันให้เลอะเทอะ ผมยาวสลวยดำขลับปล่อยถึงกลางหลัง จากแสงไฟที่ตกกระทบร่างของน้องสาวผมในตอนที่เธอเดินเข้ามาหาผมนี้ ผมบอกได้เลยว่าเธอเป็นเด็กดริ๊งค์ที่น่ารักที่สุดที่ผมเคยเห็นมา“โหพี่… ให้ปอยเปลี่ยนชุดแต่ตัวเองใส่ชุดนอน” เสียงบ่นของเด็กสาวตรงหน้าทำเอาผมหลุดจากภวังค์“เอ่อ… เอ่อ… ก็นี่มันที่บ้านหนิ อาบน้ำแล้วจะให้แต่งชุดอะไรล่ะ” ผมตอบตะกุกตะกัก“อ้าว แล้วทีปอยพี่ยังให้เปลี่ยนชุดเลย”“เอาน่า ๆ ตังค์ก็ได้แล้วยังจะพูดมากอีก ไปนั่งไป”“เชอะ ถ้าไม่เห็นแก่ 4,000 ล่ะก็” เสียงยัยปอยบ่นอยู่ในลำคอไล่หลังผมมา เธอนั่งลงข้างซ้ายผมพร้อมหยิบคีย์บอร์ดไร้สายมาวางบนตักเพื่อเลือกเพลง“แล้วปิดไฟทำไม”“แนะ ก็ร้านคาราโอเกะที่ไหนเค้าเปิดไฟสว่างโล่กันเล่า ที่ปอยไปมาก็มืด ๆ อย่างนี้แหละ”“เอา ๆ ๆ นี่… ยัยปอยปิ๊ง เป็นเด็กดริ๊งค์ไม่ชงเหล้าให้พี่ล่ะ”“เออ ลืมไป โทษทีพี่ มาเดี๋ยวชงให้ พี่ผสมอะไรล่ะ”“โซดา”“โอ้ หมูมาก” เธอตอบอย่างมั่นใจพร้อมชงเหล้าให้ผม 1 แก้ว“โหย! น้องสาว สามล้อถูกหวยหรือไง ชงเข้มขนาดนี้”“อ้าว ก็เพื่อน ๆ ปอยเค้ากินกันอย่างนี้หนิ”“เฮ้อ… มันจะได้เรื่องมั๊ยเนี่ย มา ๆ ๆ เดี๋ยวพี่ชงเอง”“ไม่เป็นไรพี่เดี๋ยวปอยชงให้ใหม่ เอาบาง ๆ กว่านี้นะ” ในระหว่างที่ผมเอื้อมจะไปหยิบแก้วใหม่เธอก็หันมาหยิบแก้วที่วางตรงหน้าผมพอดีจนหน้าผมได้สัมผัสกับปอยผมลื่น ๆ ของเธอ มันหอมอย่างบอกไม่ถูกจริง ๆ ตลอดมาผมไม่เคยอยู่ใกล้น้องสาวผมขนาดนี้เลย อาจเป็นเพราะวัยที่ต่างกันมาก เราจึงไม่ใกล้ชิดกันเหมือนพี่น้องคู่อื่น ๆ ปอยชงเหล้าให้ผมอีกครั้ง โดยครั้งนี้เธอชงใช้ได้ทีเดียว เราร้องเพลงไปกินเหล้าไปประมาณชั่วโมง ด้วยความที่ไม่ใช่คาราโอเกะแบบที่เที่ยว ๆ กัน มันจึงไม่มีอะไรทำนอกจากกินเหล้า แค่ชั่วโมงกว่า ๆ ผมก็เริ่มตึง ๆ หน้า จะว่าเริ่มเมาก็ไม่ผิดนัก“นี่ปอย พรุ่งนี้มีเรียนรึป่าว”“มีตอนบ่าย”“แล้วเรากินเหล้าเป็นรึป่าว”“เหล้าเบียร์ปอยกินไม่เป็น ปอยกินแต่สปาย”“งั้นปอยไปหยิบสปายมากินกับพี่หน่อย พี่กินคนเดียวเลย เดี๋ยวเมาตายกันพอดี”“ไม่กินได้มั๊ย ปอยเป็นเด็กนั่งดริ๊งค์นะ ทำไมต้องกินด้วย”“เอ้า… เด็กดริ๊งค์นี่แหละต้องกินเหล้ากับแขก เผลอ ๆ ต้องทำอย่างอื่นด้วยซ้ำ” ผมรู้ตัวว่าผมเริ่มพูดเสียงยาน ๆ“ทำอะไรพี่”“เอาน่า ไปเอาสปายมาก่อน” ไม่ถึงชั่วอึดใจเธอก็เปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมสปาย 2 ขวดในมือ ยิ่งมองเธอก็ยิ่งน่ารักทรวดทรงองเอวน้องผมช่างน่าโอบกอดซะเหลือเกิน“มา ๆ มากินกับพี่หน่อยซิเด็กดริ๊งค์” ผมเอามือตบเบาะเรียกเธอมานั่งราวกับเธอเป็นเด็กดริ๊งค์จริง ๆ นี่ผมชักเมาจนเพี้ยน ๆ แล้วแหละ เธอนั่งลงพร้อมวางขวดบนโต๊ะ แล้วเอี้ยวตัวจะไปหยิบคีย์บอร์ด“ไม่ต้องกดเพลงแล้ว มานั่งกินกับพี่บอยนี่ ผมพูดพร้อมใช้มือซ้ายโอบเอวเธอเข้าหาตัว” ดูท่าทางเธองง ๆ เล็กน้อยแต่ด้วยความที่เป็นพี่น้องกันเธอจึงไม่ได้คิดอะไร ส่วนผมเองนั้นยังพอมีสติจึงปล่อยมือจากเอวของเธอแล้วยกขึ้นวางบนพนักพิงแทน สงสัยสัญชาติญาณดิบของนักเที่ยวมันเริ่มจะโผล่ออกมาแล้วกระมัง“มาชน” ผมยกแก้วชนกับขวดสปายของน้องสาวพร้อมยกขึ้นกระดกทีเดียวหมด เธอมองแล้วยกขวดขึ้นกระดกเพียงอึกเดียว“ฮึ้ย… ได้ที่ไหน ชนแล้วต้องหมดสิ”“หูยพี่ หมดก็เมาแย่สิ ปอยกินได้เต็มที่แค่ 2 ขวดก็เมาแล้ว”“เอาน่า กิน ๆ ไปเหอะนั่งกันอยู่แค่ 2 คน พรุ่งนี้ก็ตื่นสายได้ โห่… ไม่คุ้ม 4,000 เลย” ผมเริ่มเมาจนเผลอหลุดปากไปโดยไม่ได้คิดว่าน้องสาวจะรู้สึกอย่างไร“อะ ก็ได้ ๆ ปอยเป็นคนชวนพี่เองหนิ กินก็ได้ ปอยเมาแล้วอย่าไปบอกพ่อกับแม่ก็แล้วกัน” เธอพูดพรางยกขวดขึ้นดวดทีเดียวหมด“เอ้อ… ได้น้องคนนี้มันก็คอแข็งเหมือนกันหนิหว่า ฮ่า ๆ ๆ” เธอวางขวดลงแล้วหยิบแก้วผมไปชงเหล้ามาให้ใหม่ ผมก็กินไปดูมิวสิกเพลงที่ปอยเปิดในลิสทิ้งไว้ไป จนซักพักผมก็ชวนเธอชนอีก คราวนี้เธอบอกว่าขอแค่ครึ่งเดียวนะ เดี๋ยวเธอเมา ผมก็ไม่ว่าอะไร จนเวลาผ่านไปเธอเริ่มนั่งตาลอย แสงจากทีวีทำให้พอรู้ว่าแก้มเธอแดงระเรื่อ ยิ่งมอง น้องสาวผมก็ยิ่งน่ารัก แล้วไม่รู้ทำไมอยู่ ๆ ผมก็ยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มน้องสาวผม“พี่บอยทำอะไร” น้องปอยหันมามองหน้าผมถามตาปรือ ๆ เธอคงจะเมาจริง ๆ นั่นแหละ“ก็ทำกับเด็กดริ๊งค์ไง” ผมตอบไปมองตาเธอไป ด้วยความที่กินเหล้าไปเยอะพอสมควรผมเริ่มพินิจพิจารณาใบหน้าน้องสาวผม ตากลมโตที่แม้บัดนี้มันจะหรี่ลงด้วยฤทธิ์ไวน์ ขนตางอนยาวจมูกไม่โด่งมากเล็กได้รูป ริมฝีปากสีชมพูน่าประทับรอยจูบยิ่งนัก“แล้วเด็กดริ๊งค์ต้องทำอะไรบ้างล่ะ” น้องปอยถามเสียงยาน ๆ“เด็กดริ๊งค์ก็กินเหล้าไง มาชน” ผมหยิบแก้วยกขึ้นชนกับเธออีกครั้ง ครั้งนี้ปอยยกขึ้นกระดกทีเดียวหมดขวดโดยไม่มีข้อต่อรอง เสียงวางขวดลงบนโต๊ะกระจกดังสนั่นเป็นสัญญาณว่าเธอเมาแล้ว“เมื่อกี๊พี่บอยหอมแก้มปอย ปอยรู้นะ ปอยยังไม่เมา ทำไมเด็กดริ๊งค์ต้องให้แขกหอมแก้มด้วยเหรอ” เธอหันมาถามเสียงอ้อแอ้“ก็…” ผมไม่รู้จะพูดยังไง เพราะเมื่อครู่ที่ผมหอมเธอนั้นมันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก“ก็อะไรบอกปอยมานะ” เธอพูดพร้อมชี้หน้าผมอาการเมาออกอย่างชัดเจน“ก็ชงเหล้า กินเหล้า เลือกเพลง ร้องเพลง แล้วก็คุยกับแขก…”“แล้วแขกห้อมแก้มเด็กดริ๊งค์ได้ด้วยเหรอ” ผมพยายามเปลี่ยนเรื่องพูด แต่เธอก็สวนขึ้นมาทันที“ได้สิ หอมได้กอดได้ จับมานั่งตักยังได้เลย” ผมไม่รู้จะตอบเธอยังไง จะตอบว่าเย็ดกันยังได้เลยมันก็ดูจะเกินไป ก็เลยตอบแค่คลุม ๆ“งั้นปอยนั่งตักพี่บอยก็ได้ วันนี้ปอยเป็นเด็กดริ๊งค์ ปอยรับตังค์พี่มาแล้ว” เธอพูดพรางลุกขึ้นเซ ๆ จะมานั้งตักผม ผมรีบอ้าขาออกทันที จนเธอนั่งลงตรงหว่างขาผม ผมรู้แล้วล่ะว่าเธอคงคิดถึงเรื่องที่ผมบ่นว่าไม่คุ้มเลยกับ 4,000 ที่ให้เธอไปแน่ ๆ“อะ… กอด ๆ ๆ” ปอยใช้ 2 มือจับมือผมทั้ง 2 ข้างโอบเข้ากับเอวของเธอ ให้ตายเถอะ นี่เธอรู้รึป่าวว่ากำลังทำอะไรลงไป ถึงผมเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของเธอก็เถอะ แต่นี่มันใครจะทนไหวกลิ่นกายของปอยหอมมากจริง ๆ เส้นผมของเธอก็นุ่มสลวย เอวของเธอช่างคอดกิ่ว ด้วยชายเสื้อที่ลอยขึ้นตอนนี้ปลายนิ้วโป้งของผมแตะเข้ากับฐานบราเซียของเธอ นั่นเท่ากับว่าถ้าเลื่อนขึ้นไปมันก็คือหน้าอกของน้องสาวผม ยิ่งคิดผมก็ยิ่งปั่นป่วนหัวใจ“อ้าวพี่บอย เมื่อกี๊ชนกับปอย พี่บอยไม่เห็นกินเลย” ใช่แล้วผมยังไม่ได้กินจริง ๆ นั่นแหละเพราะมัวแต่ตอบคำถามของเธออยู่ แล้วน้องสาวผมก็เอี้ยวตัวมาพร้อมกับแก้วในมือ ผมรับแก้วจากเธอโดยที่ตามองจ้องอยู่ที่ใบหน้า มันเหมือนมนต์สะกด น้องสาวผมสวยมาก ทำไมผมไม่เคยเห็นเธอสวยอย่างนี้มาก่อน ผมคิดพรางกระดกแก้วเหล้า มันลื่นลงคออย่างง่ายดาย หรือเป็นเพราะสิ่งตรงหน้าทำให้ผมไม่รู้รสของเหล้าแม้แต่น้อย ตอนนี้ผมสารภาพตรง ๆ ว่าอยากประทับจูบลงบนริมฝีปากน้องสาวตัวเองซะแล้ว เธอรับแก้วแล้วหันกลับไปอย่างเดิม ใครจะว่าผมชั่วก็ว่าไป ใครจะเลิกอ่านก็เลิกซะตอนนี้ เพราะผมบอกได้เลยว่าตอนนี้ผมคิดไม่ดีกับน้องสาวตัวเองแล้ว“ปอย…”“อะไรพี่บอย”“ปอยมีแฟนรึยัง”“ทำไมปอยต้องตอบด้วยเหรอ” ปอยหันมาถามผม“ก็วันนี้ปอยเป็นเด็กดริ๊งค์นะ แขกถามก็ต้องตอบ จะโกหกจะอะไรก็ว่าไป”“มี แต่เพิ่งเลิกกันไปเมื่อเดือนที่แล้ว”“แล้ว… ปอยมีอะไรกับแฟนรึเปล่า”“……………” เธอไม่ตอบแต่ก้มหน้านิ่ง“ไม่เป็นไรหรอก ไม่ตอบก็ได้”“มี แต่นาน ๆ ครั้ง” คำพูดของเธอทำเอาผมใจสลายแต่มันก็ไม่ได้บั่นทอนความเงี่ยนผมลงไปเลย“ผมของปอยหอมจังเลย” ผมพูดพรางก้มลงหอมซอกคอของเธอ“ปอยรู้มั๊ยว่าวันนี้ปอยสวยมาก นี่ถ้าปอยไม่ใช่น้องสาวพี่ พี่คงอดใจไม่ไหว” ไม่รู้อะไรทำให้ผมกล้าพูดอะไรแบบนี้ออกไป ผมพูดไปใช้นิ้วโป้งไล้ตามขอบบราเซียเธอไป“พี่เผลอหอมแก้มปอยเมื่อกี๊เพราะปอยน่ารักจริง ๆ” ผมพูดพร้อมจูบเบา ๆ ลงบนหัวไหล่ของเธอ ปอยยังคงก้มหน้าแต่เอียงตัวด้วยความเสียวเล็กน้อย ในเมื่อเธอไม่ว่าอะไรผม ผมจึงเริ่มได้ใจ ความเงี่ยนเริ่มทวีคูณมากขึ้น“ปอยจ๋า”“จ๋า…” ตกตกใจเล็กน้อย ก็เธอไม่เคยพูดเพราะกับผมอย่างนี้เลยนะ“พี่ขอจับนมปอยได้รึป่าว” ผมกระซิบข้างหูเธออย่างแผ่วเบาที่สุด“พี่บอย ปอยเป็นน้องพี่บอยนะ” ปอยพูดเสียงสั่น“วันนี้เราไม่ได้เป็นพี่น้องกัน วันนี้พี่เป็นแขกนะ จำได้รึป่าว” ผมให้เหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ออกไปเพราะบัดนี้ผมไม่รู้สึกว่าเธอเป็นน้องสาวแล้ว แต่ถึงรู้สึกว่าเธอเป็น เธอก็เป็นน้องสาวที่น่าเย็ดที่สุดในโลก“……………” ในเมื่อไม่มีเสียงตอบ ผมถือว่าเธออนุญาต ผมค่อย ๆ เลือนมือทั้ง 2 ข้างขึ้นบีบเต้าอวบของปอยเบา ๆ บราเซียนนั้นช่างบาง บางจนผมรู้สึกได้ถึงหัวนมที่ชูชันดันสู้ฝ่ามือผม นี่อาจเป็นเพราะเธอเอาไว้ใส่อยู่บ้าน หรือใส่นอน นมของปอยใหญ่มากอีกทั้งยังเต่งแน่นอีกด้วย“อื่มมมมมม” เสียงครางจากน้องสาวผม ยิ่งทำให้ผมได้ใจ“ปอย” ผมกระซิบเรียกเธอ“ขา พี่บอย”“ปอยเสียวรึป่าว”“……………”“ปอยเสียวมั๊ย” เมื่อไม่มีเสียงตอบผมจึงถามซ้ำอีกครั้งพร้อมใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งบีบบี้หัวนมเธอเบา ๆ“ซี๊ดดดด… พี่บอย… ปอยเสียว” เธอตอบเสียวกระเส่า“พี่บอย”“ว่าไงคะ”“เป็นเด็กดริ๊งค์นี่ต้องให้แขกจับนมด้วยเหรอ อื่มมม” ปอยถามไปครางไปด้วยความเสียว“ต้องสิ แขกจะทำอะไรกับเด็กดริ๊งค์ก็ได้ จะจับนมก็ได้ จะจับอะไรก็ได้ ว่าแต่ปอยจะให้พี่จับรึป่าวล่ะ” ผมแกล้งถามแหย่เธอ“พี่บอยจะจับอะไรของน้องสาวเหรอ”“ถ้าน้องสาวคนสวยของพี่ไม่ว่าพี่ก็จะจับ”“……………” ผมค่อย ๆ ลดมือขวาลงลากผ่านหน้าท้องลงไปยังกระดุมเม็ดน้อย ไม่ยากเลยที่จะแกะมันออกซิปค่อย ๆ ถูกร่นลงด้วยมือเพียงข้างเดียว ผมใช้ปลายนิ้วแตะขอบชั้นในบาง ๆ ของเธอแล้วลูบไล้อย่างแผ่วเบา ผ้าลื่น ๆ มันช่างให้อารมณ์กับผมนัก“ปอย… พี่กำลังจะเลื่อนลงไปข้างล่างนะ”“พี่บอย…” ผมไม่รอคำตอบ ผมค่อย ๆ แทรกปลายนิ้วผ่านขอบกางเกงชั้นในตัวน้อยลงไปจนพบกับความชื้นแฉะ จากการสัมผัสนั้นเส้นหมอยของเธอบางเบามีเพียงน้อยนิด พูหีนั้นโหนกนูน ผมใช้ปลายนิ้วกลางแทรงลงระหว่างพูอวบทั้ง 2 จนเข้าสัมผัสกับร่องที่ลื่นเหนียว ปลายนิ้วค่อย ๆ แตะวนเบา ๆ เข้ากับติ่งแตด“ซี๊ดดดด… พี่บอย… อย่า… ปอยเสียว” เสียงเธอร้องห้ามสั่นเครือพร้อมมือน้อย ๆ ที่ลงมาจับมือผมแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะดึงมือผมออกยิ่งทำให้ผมเงี่ยนมากขึ้น ตอนนี้ผมรู้สึกร้อนผ่าว ๆ ที่ปลายควย พนันได้ว่าถ้าผมเปิดออกมามันต้องเยิ้มไปด้วยน้ำหล่อลื่นเหนียว ๆ แน่ ๆ“น้องปอยจ๋า”“จ๋า… ซี๊ดดดดส์”“น้องปอยน้ำออกเยอะเลย น้องปอยมีอารมณ์ใช่รึป่าว”“……………” เธอยังไม่ตอบอาจเป็นเพราะความอาย แต่แล้ว“ค่ะ พี่บอย ซี๊ดดดดส์… ปอยมีอารมณ์ ซี๊ดดดดส์… พี่บอย ปอยเสียว” เธอตอบออกมาทันทีหลังจากที่ผมค่อย ๆ แหย่นิ้วผ่านเข้าไปในรูหีของเธอ ผมขยับนิ้วเข้า ๆ ออก ๆ ช้า ๆ ในร่องของเธอมันทั้งดูดทั้งตอดนิ้วผม ทุกครั้งที่แยงเข้าเธอจะขมิบรับพร้อมขับน้ำเสียวออกมา นี่ถ้าไม่ใช่นิ้วแต่เป็นดุ้นควยผม มันจะรู้สึกดีขนาดไหน ยิ่งคิดก็ยิ่งเงี่ยน ตอนนี้ผมหน้ามืดแล้ว ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะเย็ดน้องปอย“ปอยเสียวมากมั๊ย”“เสียว ซี๊ดดดส์ ปอยเสียวมากเลย”“ปอยจ๋า”“จ๋าพี่”“พี่ขอเลียของน้องปอยได้รึป่าว”“เราเป็นพี่น้องกันนะ จะดีเหรอพี่บอย”“แล้วนี่พี่กำลังจำอะไรน้องสาวพี่อยู่ล่ะ”“พี่กำลัง…”“กำลังทำอะไรค่ะปอย” ผมถามไปทั้งขยับนิ้วทั้งบีบนมเธอไป“พี่กำลังบีบนมปอย”“แล้วอะไรอีก”“พี่กำลังแยงของปอย… ซี๊ดดดส์…” เสียงเธอตอบช่างแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน“แยงอะไรของปอยค่ะ”“ยะ.. แยงหีค่ะ พี่ ซี๊ดดดดส์”“แล้วพี่น้องที่ไหนเค้าทำกันอย่างนี้บ้างล่ะ” เธอส่ายหน้า“นะค่ะน้องปอย พี่ขอเลียหีน้องปอยนะ แค่เลียอย่างเดียว นะค่ะ” ผมกระซิบขอเธออีกครั้งพร้อมค่อย ๆ ถอนมือทั้ง 2 ข้างออก นี่เป็นการเสี่ยงมากจริง ๆ เพราะถ้าเธอวิ่งหนีออกจากห้องไป ทุกอย่างก็จะจบลงเท่านี้ แล้วผมก็โล่งใจเมื่อเธอยังคงนั่งนิ่ง ผมค่อย ๆ จับเธอเอี้ยวตัวลงนอนบนโซฟาพร้อมกับเปลี่ยนท่าของตัวเอง เธอทำตามอย่างว่าง่าย ตอนนี้น้องสาวจอมเซี๊ยวกลายเป็นดั่งเจ้าหญิงนิทรา เธอหลับตามือ 2 ข้างวางประสานบนหน้าท้องที่แบนราบ ผมค่อย ๆ บรรจงดึงกางเกงและชั้นในลงมาพร้อม ๆ กันอย่างเบามือที่สุด แล้วโหนกนูนที่ได้สัมผัสเมื่อครู่ก็ประจักษ์แก่สายตา มันนูนมากกว่าที่จินตนาการไว้ ขนปกคลุมแค่เพียงเส้นอ่อน ๆ ผมไม่รอช้าจับขาซ้ายเธอวางลงกับพื้นแล้วแทรกตัวผ่านก้มลงดอมดมพูหีของเธอ มันช่างหอมจริง ๆ ผมใช้มือขวาแตะพูหีอันนูนโหนกรั้งเพื่อให้พูเนื้อนั้นแยกออก แล้วค่อย ๆ แลบปลายลิ้นเข้าสะกิดกับเม็ดติ่งอย่างนุ่มนวล“ซี๊ดดดดดดดส์… อึ่มมมมมมม” เพียงปลายลิ้นแตะสัมผัสเข้ากับปุ่มกระสันต์ เสียงครางแห่งความสุขก็บังเกิดขึ้นจากเรียวปากของเจ้าหญิงนิทราทันที ตอนนี้เจ้าหญิงทรงตื่นจากการหลับไหลขึ้นมาพร้อมกับความโหยหาในความใคร่ซะแล้ว น้ำที่น้องสาวผมขับออกมามันหวานและอร่อยกว่าเหล้าที่ดื่มเป็นไหน ๆ ผมตวัดเลียเม็ดแตดของเธอสลับกับดูดมันเบา ๆ มือซ้ายที่ว่างอยู่นั้นผมใช้ปลายนิ้วชี้หงายขึ้นแล้วแหย่เข้าไปในรูหีของเธอช้า ๆ“พี่บอย… ปอยเสียว… พี่บอยจ๋า” เธอบิดตัวพร้อมกับมือทั้ง 2 ข้างร่นลงจากหน้าท้องลงมาจับหัวผม เสียวครางกระเส่าดังอยู่ตลอดเวลา ผมทั้งดูดทั้งเลีย ทั้งแยงรูหีเธอ จนเธอร้องเรียก พี่บอยจ๋า ๆ เป็นระยะ เสียงของเธอยิ่งทำให้ผมเงี่ยน ท่อนควยในกางเกงของผมมันพร้อมที่จะแทรกผ่านรูหีของน้องสาวแทนปลายนิ้วของผมแล้ว ผมละมือขวาจากการรั้งพูหีเธอแล้วลงมาขยับถอดกางเกงตัวเองออกพร้อม ๆ กับค่อย ๆ เลื่อนตัวขึ้นพรมจูบหน้าท้องแบนราบของเธอ จนกระทั่งผมอยู่ในท่าคร่อมตัวเธออยู่ โดยปลายควยแข็งโด่ของผมห่างจากรูหีไม่ถึง 2 นิ้ว เสียงเพลงและมิวสิกในจอยังคงดำเนินต่อไป ผมมองหน้าน้องปอยแล้วค่อย ๆ ก้มลงจูบหน้าผากเธอเบา ๆ มือซ้ายปาดลูบเส้นผมเธอช้า ๆ ส่วนมือขวานั้นค่อย ๆ จับลำควยของตัวเองถูเข้ากับพูหีอันโหนกนูซึ่งเต็มไปด้วยน้ำเมือก เธอสะดุ้งทันทีที่ปลายควยถูงัดเข้ากับเม็ดแตดของเธอ“ซี๊ดดดดส์… ไหนพี่บอยบอกว่าแค่เลียอย่างเดียวไงค่ะ”“พี่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยนะ” ผมมองตาเธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโอน“พี่รังแกปอย ไหนบอกว่าให้ปอยเป็นเด็กนั่งดริ๊งค์ไง… ซู๊ดดดดดส์” น้องสาวผมซู๊ดปากทันทีที่ปลายควยค่อย ๆ มุดเข้าไปในรูหีแต่ทว่าผมกลับงัดมันให้ถากขึ้นมาถูเม็ดแตดแล้วใช้ปลายควยบี้บดกับเม็ดนั้นไปมา“ก็เป็นเด็กดริ๊งค์ไง บางที่เด็กดริ๊งค์ก็ถูกแขกเอาได้นะ”“ก็พี่ไม่บอกปอยก่อน ปอยจะได้ไม่เอาเงินพี่… ซี๊ดดดดส์ พี่บอย อื่มมมมม” ผมไม่ปล่อยโอกาสไปแน่ ในจังหวะที่พูดกันผมถูไถปลายควยจนลื่น แล้วค่อย ๆ กดมันลงไปในรูหีช้า ๆ ปลายควยค่อย ๆ แทรกตัวผ่านรูที่แนบแน่น มันอุ่นจนร้อนเลยทีเดียว“พี่บอย… ปอยเป็นน้องสาวพี่บอยนะค่ะ”“ซู๊ดดดส์ พี่เสียวควยจัง น้องปอยเสียวรึป่าว”“เสียวค่ะพี่บอย ปอยเสียวมาก” ผมพูดพร้อมค่อย ๆ กดลำควยแทรกผ่านร่องอันคับแคบนั้นเข้าไป ปอยขมิบมันเหมือนพยายามจะขย่อนกลืนลำควยของผมเข้าไปให้หมด“ปอยจ๋า… ปอยขมิบควยพี่เสียวมากเลย”“เหรอ ปอยขมิบจริง ๆ เหรอ พี่บอย ปอยเสียว… ซี๊ดดดส์ เสียว…” และแล้วหนอกควยผมก็บดเข้ากับพูหีของน้องสาว มันช่างเป็นความรู้สึกที่วิเศษที่สุด ภายในของน้องสาวผมทั้งดูดทั้งตอด มันโอบกระชับตลอดทั้งลำควย“ปอย ของปอยทั้งดูดทั้งแน่น”“พี่บอย พี่บอยจะเอาปอยจริง ๆ เหรอ ปอยเป็นน้องแท้ ๆ ของพี่นะ ซี๊ดดดดส์ อื่ม.. อื่อ.. อื่ออ.. อื่อ.. อื่ออ… อื่อ” ไม่ใช่เวลาจะมาถามอะไรกันอีกแล้ว ตอนนี้ลำควยทั้งลำของพี่ชายเลว ๆ อย่างผมมันมุดเข้าไปอยู่ในหีของน้องสาวนั่งดริ๊งค์แล้ว ผมก้มลงจูบปากน้อย ๆ ของเธอพร้อมค่อย ๆ สาวท่อนเอ็นออกช้า ๆ จนเกือบหลุดแล้วบรรจงกดมันลงไปใหม่แทนคำตอบ ริมฝีปากน้องสาวผมมันช่างนุ่มนวลอะไรปานนี้ กลีบกุหลาบที่ว่านุ่มแล้วยังสู้ริมฝีปากของน้องปอยไม่ได้ ผมสอดลิ้นเข้าไปในปากของเธอซึ่งเธอก็ตอบสนองได้เป็นอย่างดี เรียวลิ้นของเรา 2 พี่น้องต่างตวัดพันกันนัวเนียว เอวผมก็ยังคงกระเด้า และเริ่มซอยเร็วขึ้น เร็วขึ้นด้วยความเงี่ยน“อื้อ.. อื้อ.. อื้อออ.. อื้อ.. พี่บอย.. พี่บอย… ซี๊ดดดดดดดดดส์… พี่บอย… ปอย… ปอย… อื่ออออออออออ” ความเสียวสะท้านจนทำให้เธอถึงกับเบือนหน้าออกจากการจูบอย่างดูดดื่ม เสียงครางยาวพร้อมกับโพรงหีที่ขมิบตอดอย่างรุนแรง ทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าเธอไปถึงสวรรค์แล้ว ผมหยุดกระเด้าเอวแต่ยังคงแช่ควยแข็ง ๆ ไว้อย่างนั้น ไม่มีเสียงใดจากปากน้องปอย มีแต่เพียงอาการหายใจแรงและเหงื่อที่โทรมกายเธอ ถึงแม้อากาศในห้องจะค่อนข้างเย็นก็ตาม“ปอยจ๋า” เธอลืมตาขึ้นมองผมตาเสียงเรียก“ปอยมีความสุขมั๊ย” เธอพยักหน้ารับ“พี่บอย…”“ทำไมเหรอ” ผมพูดไปลูบผมเธอไป“ปอยกลัว”“น้องปอยกลัวอะไร”“ปอยกลัวพ่อกับแม่รู้”“เราก็อย่าบอกพ่อกับแม่สิค่ะ” ผมก้มลงจุมพิตที่ปากเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ กระเด้าควยเข้าออกช้า ๆ อีกครั้ง“พี่บอย… อู้ยยยยย… พี่บอยทำปอยเสียวอีกแล้ว”“พี่ขอดูดนมปอยหน่อยได้มั๊ย”“ได้สิคะพี่ พี่จะทำอะไรปอยก็ได้… ซี๊ดดดส์” ผมสอดมือเข้าใต้เอวทั้ง 2 ข้างของน้องสาวแล้วดึงเธอขึ้นมาอยู่ในท่านั่งโดยมีผมนั่งพิงพนักโซฟา“อู้ยยย… พี่บอยอย่างนี้ของพี่บอยเข้าลึกจังเลย” ตอนนี้ผมไม่ฟังอะไรแล้ว ผมจับชายเสื้อกล้ามยกถอดขึ้นออกไปอย่างง่ายดาย ผมไม่รั้งรอที่จะอ้อมมือไปปลดตะขอออก เพียงมันหลุดจากร่างของน้องสาวผม ผมถึงกับตะลึง ช่วงล่างที่ว่าสวยงามแล้ว ด้านบนยิ่งสวยงามกว่า เต้าอวบได้รูปปานนมเล็กหัวนมชี้เต่ง ถึงแม้จะไม่ใช่สีชมพูแต่ก็แดงน่าดูดมาก ผมรีบก้มลงดูดมันอย่างกระหาย เรียวลิ้นผมตวัดเลียมันก็ยิ่งเต่งสู่ลิ้นผม“ซี๊ดดดส์… เสียว…” ผมทั้งดูดทั้งคลึง มืออีกข้างก็ดึงรั้งเอวน้อย ๆ ของปอยให้ขยับกระเด้าเย็ดควยผม มันช่างมีความสุขจริง ๆ ยิ่งในท่านี้ควยของผมมันเข้าลึกจนรู้สึกเสียวปลายอย่างบอกไม่ถูก เมื่อปอยเป็นผู้อยู่บนเธอจึงเป็นคนทำเกม ยิ่งเธอขย่มเธอก็ยิ่งคราง“ซี๊ดดดส์… พี่บอย ปอยจะเสร็จอีกแล้ว… พี่บอยเสร็จพร้อมปอยนะ… ซี๊ดดดส์” เธอครางไปพูดไปพร้อมโอบคอผมให้ซุกหน้าเข้ากับเต้าอวบของเธอ เอวก็พริ้วบดส่ายเสียยิ่งกว่าพวกโคโยตี้ ทำนบของผมมันจะเริ่มทนไม่ไหวกับความเร้าร้อนของน้องสาวคนนี้แล้ว“พี่บอย… ปอย… ปอย… ซู๊ดดดดส์…”“พี่ก็… อูวววว์… น้องปอย” ผมบีบนมเธอปานจะให้มันแตก ตัวผมเกร็จเหมือนทั้งร่างมันจะระเบิดออกมาเสียให้ได้“ปอย… พี่ขอแตกข้างในนะ… โอ้ววววว์”“พี่บอย… ปอย… ปอย…”“พี่… อูวววววววววววววววววววววววววว์” เสียวครางของเรา 2 พี่น้องสอดประสาน ผมฉีดน้ำเงี่ยนเข้าในโพรงหีน้องสาวอย่างแรง จนเธอสะดุ้งเสร็จสมไปพร้อม ๆ กัน ผมยังจับเอวเธอบดเข้าหาตัวพร้อมกระตุกฉีดน้ำเงี่ยนอีกเป็นครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 เราต่างกอดกันแน่นหอบหายใจแรง บัดนี้ไม่มีเสียงใด ๆ แล้ว บนหน้าจอทีวีมีเพียง Screen Saver วิ่งไปมา“ปอย… พี่รักปอย” ผมพูดเสียงแผ่วเบาด้วยความเหนื่อยอ่อน“ปอยก็รักพี่บอยเหมือนกัน”<------------------------>ผมเพิ่งมารู้ตอนหลังว่า ปอยเธอดื่มแอกกอฮอล์ไม่ได้เพราะมันจะทำให้เธอเกิดอารมณ์ทางเพศ แต่อย่างไรก็ตามมันก็ทำให้การดำเนินชีวิตของผมเปลี่ยนไป<------------------------>หลายวันต่อมา“พี่บอย” เสียงเด็กสาวเรียกตามหลังผมขณะที่ผมกำลังจะเปิดประตูรถเพื่อไปทำงาน“จ๋า” ผมรับคำหันไปหาเธอ แต่ทำไมผมต้องพูดเพราะกับเธอด้วยนะ“พี่บอย วันนี้วันศุกร์ อย่าลืมกลับบ้านมากินข้าวเย็นด้วยล่ะ”“จ้า… แม่เด็กดริ๊งค์คนสวย” ผมขับรถไปทำงานด้วยจิตใจเบิกบาน โดยไม่วายจะคิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นในคืนวันนี้ วันศุกร์ที่ไม่ต้องไปเที่ยวคาราโอเกะนอกบ้านอีกต่อไปThe End.

Comments are closed.